เขตปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT)
เขตปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) เป็นสถานที่ที่มีความแตกต่างทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างไม่น่าเชื่อ บางทีคุณก็จะเห็นทิวทัศน์อันงดงาม อย่างเช่นเวลาที่คุณมองลงไปในหุบเขาคิงส์แคนยอน (Kings Canyon) หรือเฝ้าดูค้างคาวแม่ไก่หลายโหลบินออกจากผืนป่าเขตมรสุม แต่ความสวยงามส่วนใหญ่ของเขต NT ก็จางหายไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน จนกลายเป็นความว่างเปล่าลวงตาอันน่าพิศวง เงาของต้นโอ๊คทะเลทรายที่ฉายทับขอบฟ้ายามพลบค่ำ ตัวโกแอนนาที่เดินเล่นลงมาตามท้องลำธารที่แห้งผาก หรือภาพเขียนโบราณของศิลปะชาวอะบอริจิ้นใต้หินทรายที่ยื่นออกมา
นักท่องเที่ยวเรียนรู้อย่างรวดเร็วที่จะลิ้มรสภูมิประเทศของที่นี่ มีตั้งแต่รูปร่างของ หินอูลูรู (Ayers Rock) และสันเขาอาร์นเฮ็มแลนด์อันสูงชัน ไปจนถึงหนองน้ำโกงกางของท็อปเอนด์เขตร้อน นักท่องเที่ยวจะล่องเรือผ่านแม่น้ำเหลือง (Yellow Water) เพื่อมองหาดวงตาของจระเข้น้ำเค็ม บางคนก็เดินไปตามซอกเขาขรุขระที่เว้าเข้าไปในเทือกเขาแม็กดอนเนล (McDonnell Ranges) และพายเรือข้ามบ่อน้ำหินและลอดใต้น้ำตกในอุทยานแห่งชาติลิตฟิลด์ (Litchfield National Park) คุณจะซาบซึ้งกับความซับซ้อนอันน่าหลงใหลของวัฒนธรรมอะบอริจิ้นเวลาที่คุณยืนอยู่ท่ามกลางเสา บุเรียลโพลบนเกาะทีวี่หรือมองดูนิทรรศการดีๆที่พิพิธภัณฑ์และศูนย์วัฒนธรรม จากนั้นก็ผ่อนคลายในผับเขตเอ้าท์แบ็ก ลานเบียร์ที่อลิสปริง และร้านกาแฟริมทะเลที่เมืองหลวงของเขตนี้นั่นก็คือเมืองดาร์วิน
ที่น่าเที่ยวและเรื่องน่าทำในดินแดนแห่งนี้
อุทยานแห่งชาติวาตาก้าหรือคิงส์แคนยอน
(Watarrka National Park /Kings Canyon)
– ปีนกำแพงสูง 100 เมตรอันสูงชันของคิงส์แคนยอนอันสูงสง่า นี่เป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของออสเตรเลียกลาง
หินอูลูรู (Ayers Rock) และคาตาจูตา (The Olgas)
– คุณจะตะลึงกับหินอูลูรูแสนสวยที่เปลี่ยนสีได้ และคอลเลคชั่นอันน่าประทับใจของเสาหินกลมคาตาจูตา
อุทยานแห่งชาติลิตฟิลด์ (Litchfied National Park)
– ล่องลอยข้ามบ่อน้ำอันสวยงามที่ล้อมรอบด้วยน้ำตกและหย่อมป่าฝนได้ใน อุทยานอันงดงามแห่งนี้
อุทยานแห่งชาติกากาดู (Kakadu National Park)
– เรียนรู้ศิลปะหินแบบชาวอะบอริจิ้นอันงดงามของอูเบอร์ แล้วสำรวจส่วนอื่นๆของกากาดูที่ไม่เหมือนที่ไหน ที่นี่ถูกขึ้นชื่อเป็นมรดกโลกทั้งในแง่ความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
หุบเขาสายรุ้ง (Ranbow Valley)
– ลิ้มลองรสชาติของเขตไร้ผู้คนด้วยการเดินทางบนรถโฟว์วิลไปยังหุบเขาสายรุ้ง ที่นี่มีเนินและหน้าผาหินทรายแปลกๆจำนวนมาก ความเงียบของหุบเขาแห่งนี้จะทำให้คุณประหลาดใจ
เกาะทีวี่(Tiwi Islands)
– แวะดูชุมชนของชาวอะบอริจิ้นได้ที่เกาะแบทเฮิร์ทและเมลวิลล์พร้อมไกด์นำทาง อย่างเช่นบริษัททีวี่ทัวร์ (Tiwi Tours)
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเมืองดาร์วิน
เมืองดาร์วิน (Darwin) เป็นสถานที่ยุคใหม่ที่ทุกคนชื่นชอบ ที่นี่มีบรรยากาศเขต ร้อนที่ผ่อนคลาย ตั้งอยู่ใกล้กับจาการ์ต้ามากกว่าซิดนีย์ และตั้งอยู่ใกล้กับสิงคโปร์มากกว่าเมลเบิร์น ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงดูคล้ายเอเชียเท่าๆกับที่ดูคล้ายออสเตรเลี เช่นเดียวกับดินแดนห่างไกลส่วนใหญ่ ชาวเมืองดาร์วินจึงเคยชินกับการหา ความสนุกให้ตนเอง สถานบันเทิงบนถนนมิตเชล (Mitchell St) คือหลักฐานยืนยันคำกล่าวนี้ และถึงแม้ช่วงเวลาถึงสองในสามของแต่ละปีนั้นคุณจะไม่สามารถว่ายน้ำเล่นที่ ชายหาดได้เพราะว่ามีแมงกะพรุน แต่ทำเลที่ติดมหาสมุทรของเมืองนี้ก็ทำให้ที่นี่มีทางเดินเล่นที่ลมเย็นสบาย พร้อมวิวดีๆของท่าเรือ และร้านกาแฟริมอ่าวยอดนิยมหลายแห่ง
ฤดูฝนที่ปรวนแปรทำให้เกิดพายุฟ้าคะนองอันน่าตื่นตาตื่นใจ – ผู้คนที่นี่รู้ว่าพายุกำลังจะมาถ้ามีลมแรง ส่วนเวลาอื่นๆนั้นอากาศจะปลอดโปร่งเหมาะกับการนั่งเล่นที่ลานเบียร์ในวันฟ้า โปร่งหรือวางแผนเที่ยวสถานที่ใกล้ๆรอบเขตท็อปเอนด์ สิ่งหนึ่งของเมืองดาร์วินที่ชาวออสเตรเลียจากรัฐอื่นรู้จักดีที่สุดก็คือ พายุไซโคลนทราซี่ (Cyclone Tracy) พายุไซโคลนที่รุนแรงลูกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันคริสต์มาสอีฟและวันคริสต์มาสในปี 1974 มีความเร็วลมสูงถึง 280 กม./ชม. คร่าชีวิตผู้คนไป 66 คนและพังบ้านเรือนในเมืองดาร์วินไปเกือบ 60% ตั้งแต่นั้นมา บ้านหลังใหม่และหลังเก่าที่สร้างใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นให้สามารถทนพายุไซโคลนได้
" ศูนย์กลางเมืองดาร์วินมีลักษณะเป็นตารางที่กะทัดรัดและมีระเบียบ ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทร ย่านช้อปปิ้งหลักจะอยู่แถวถนนคนเดิน Smith St Mall ที่ห้ามรถวิ่งผ่าน
ภูมิอากาศของเมืองดาร์วิน
แม้ว่าราว 80% ของนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีจะเป็นเขตร้อน โดยมีเส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์นลากผ่านทางตอนเหนือของอลิสปริง มีดินแดน ทางตอนเหนือแค่ 25% เท่านั้น (เรียกแถบนี้ว่าท็อปเอนด์ ซึ่งเป็นที่ที่เมืองดาร์วินตั้งอยู่) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับภูมิอากาศเขตร้อนตามปกติ เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆของท็อปเอนด์ เมืองดาร์วินนั้นมีสภาพอากาศสองฤดูคือหน้าแล้งและหน้าฝน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดระหว่างปีอยู่ระหว่าง 30?C ถึง 34?C และต่ำสุดอยู่ระหว่าง 19?C และ 26?C
โดยประมาณแล้ว ฤดูแล้งจะอยู่ในเดือนเมษายนถึงกันยายน ส่วนฤดูฝนจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคม โดยฝนจะตกหนักที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป ช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาเที่ยวที่สุดก็คือเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม แต่เมืองดาร์วินก็ยังมีข้อดีในช่วงฤดูฝน นั่นก็คือทุกอย่างจะมีสีเขียวไปหมด และจะมีพายุฟ้าคะนองที่น่าชมและมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม ความร้อนและความชื้นที่สูงอาจจะแย่จนทนไม่ได้ มีบ่อยครั้งที่ถนนดินจะใช้การไม่ได้ และอุทยานแห่งชาติบางแห่งก็จะปิดบริการทั้งหมดหรือบางส่วน
ภาพรวมทางวัฒนธรรม
ดาร์วินเป็นชุมชนศิลปะอันมีสีสัน มีแหล่งดนตรีสดดีๆและพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดหลายแห่ง อย่างเช่นศูนย์นิทรรศการออสเตรเลี่ยนเพิร์ลลิ่ง (Australian Pearling Exhibition) ที่นี่จัดแสดงมรดกในท้องถิ่นของเมืองนี้ เมืองนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสำรวจวัฒนธรรมและประเพณีอะบอริจิ้นโบราณ ของเขตท็อปเอนด์ อย่างเช่นที่เกาะทีวี่และอาร์นเฮ็ม ยังมีทัวร์เที่ยวดินแดนอะบอริจิ้นเปิดให้บริการ บางทัวร์ก็จัดโดยชาวอะบอริจิ้นเอง ทัวร์แบบนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบได้ทั่วไปเสียแล้ว เพราะว่าชุมชนชาวอะบอริจิ้นเริ่มชื่นชอบที่จะแบ่งปันวัฒนธรรมของพวกเขา ผลประโยชน์มีสองด้านด้วยกันก็คือ ด้านการเงิน ไม่เพียงแต่จะได้เงินจากการทำทัวร์ เท่านั้น แต่ยังได้จากการขายศิลปะและงานฝีมือให้กับสาธารณชนโดยตรงอีกด้วย ส่วนประโยชน์อีกด้านหนึ่งก็คือ คนภายนอกจะได้มีโอกาสศึกษาวัฒนธรรมโบราณของชาวอะบอริจิ้น









