ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับรัฐวิกตอเรีย 
แม้จะเป็นรัฐแผ่นดินใหญ่ที่เล็กที่สุดของออสเตรเลีย (ขนาดประมาณบริเตนใหญ่ กล่าวคือ อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และเวลส์ รวมกัน) แต่วิกตอเรียมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย โดยเป็นสถานที่ซึ่งรวมไว้ด้วยความแตกต่างในที่เดียวกันอย่างมาก อาทิ หาดทรายริมมหาสมุทรและเทือกเขา ทะเลทรายและป่าไม้ ที่ราบที่เกิดจากภูเขาไฟและฟาร์มแกะสุดลูกหูลูกตา นอกจากนี้ ประชากรของวิกตอเรียยังมีความหลากหลายมากที่สุดในออสเตรเลีย โดยมีผู้อพยพมาจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 19 ในยุคขุดทอง และหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ท่าสเตชั่น เพียร์ (Station Pier) ของเมลเบิร์นเปรียบได้กับเกาะเอลลิสของมลรัฐนิวยอร์ก
รัฐวิกตอเรียมีอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งรัฐ อุทยานชายฝั่งทะเล และอุทยานประวัติศาสตร์หลายสิบแห่ง โดยมีความหลากหลายที่น่าทึ่ง ตั้งแต่บริเวณป่าฝนเขียวชอุ่มร่มเย็นแถบที่ราบสูงเอรีนุนดรา(Errinundra Plateau) จนถึงบริเวณป่าริมชายฝั่งทะเลแถบโครจินโกลอง (Croajingolong) และจากภูเขาที่เด่นเป็นสง่าในอุทยานแห่งชาติแอลไพน์ (Alpine National Park) ถึงทะเลทรายในแถบแมลลี (Mallee) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ยังมีแนวถนนเลียบชายฝั่งทะเลเกรท โอเชี่ยน โร้ด (Great Ocean Road) ที่งดงาม (ผ่านหาดโต้คลื่นกระดานที่โด่งดังระดับโลก) แถบโกล์ดฟีลด์ส (Goldfields) ซึ่งเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ แม่น้ำเมอร์เรย์ (Murray River) ที่ทรงพลัง พร้อมกับชุมชนใกล้เคียงที่ย้อนให้ระลึกถึงวันเก่า ๆ ในยุคที่มีเรือกลไฟแล่นผ่านประจำ และยังมีโรงกลั่นไวน์ชั้นยอดที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วรัฐ เมืองชนบทมีขนาดตั้งแต่ศูนย์กลางของภูมิภาคขนาดใหญ่ เช่น เบนดิโก และบัลลารัท ที่สืบสานมรดกวัฒนธรรมสมัยยุคขุดทองได้เป็นอย่างดี จนถึงเมืองขนาดเล็กที่มีผับประจำเมืองเพียงแห่งเดียว โดยคุณไม่มีทางเดาได้ว่าจะได้พบเจอใครบ้าง และแน่นอนว่า ยังมีเมืองเมลเบิร์น อันน่าประทับใจ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ
สถานที่น่าเที่ยว & กิจกรรมน่าทำภายในรัฐ
แหลมมอร์นิงตั้น & เบลลารีน
(Mornington & Bellarine Peninsulas)
– นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวพอร์ทฟิลิปเบย์ (Port Phillip Bay) ไประหว่างรีสอร์ตริมทะเลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ควีนส์คลิฟ (Queenscliff) บนแหลมเบลลารีน และพอร์ทซี (Portsea) และซอร์เรนโต (Sorrento) บนแหลมมอร์นิงตัน เกรทโอชี่ยน โร้ด (Great Ocean Road)– ขับรถไปบนเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางที่สวยงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง แวะชมเมือง อาทิ เมืองลอร์น (Lorne) และอพอลโลเบย์ (Apollo Bay) หลังจากนั้น มุ่งหน้าเข้าไปสู่ป่าออทเวย์ เรนเจส (Otway Ranges) และชมมนต์เสน่ห์ของหินตามชายฝั่งที่อุทยานแห่งชาติพอร์ทแคมป์เบล (Port Campbell National Park)
เดอะ แกรมพียนส์The Grampians)
-ไปไต่หน้าผา/เขา ในหุบเขาอันเร้นลับใจกลางเขตวิมเมร่า (Wimmera) ซึ่งมีความงดงามเป็นที่เลื่องลือ นอกจากนี้ คุณยังสามารถสนุกไปกับกิจกรรมการเดินบุชวอล์กกิ้ง (bushwalk) ชมดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และศูนย์วัฒนธรรมอะบอริจิน (Aboriginal cultural centre) ได้ด้วย
เมืองเดลส์ฟอร์ด &เฮปเบิร์นสปริงส์
(Daylesford & Hepburn Springs)
– มาผ่อนคลายและดูแลตัวเองในเมืองฝาแฝดที่งดงาม ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ศูนย์กลางสปาแห่งวิกตอเรีย'
เดอะ ไฮคันทรี่ (The High Country)
– ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมในแถบไฮ คันทรี่ ที่สวยงาม โดยคุณสามารถสนุกสนานไปกับการเล่นสกี บุชวอล์กกิ้ง ขี่ม้า ขี่จักรยาน ตกปลา เหินฟ้าไปกับแฮงไกล์เดอร์ ล่องแก่ง และนั่งบอลลูนลอยฟ้า
วิลสันส์ พรอมอนทอรี่ (Wilsons Promontory)
– มาสำรวจ ‘เดอะ พรอม’ อุทยานแห่งชาติที่โด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย ด้วยทางเดินกว่า 130 กิโลเมตร ชายหาดสวยงาม และสัตว์ป่าจำนวนมาก (มีบางตัวที่เชื่องมาก)
เมืองหลวงเมลเบิร์น
ชาวเมืองเมลเบิร์นเติมพลังด้วยกาแฟที่ดีที่สุดในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม เมืองแห่งนี้ยังคงเดินหน้าไปอย่างช้า ๆ โดยมีรถรางวิ่งไปมาตามเครือข่ายในเมือง และการขี่จักรยานเป็นวิธีการเดินทางโดยทั่วไปสำหรับการเดินทางระหว่างเขต นอกจากนี้ การขี่สกูเตอร์ยังเริ่มเป็นที่แพร่หลายอีกด้วย
แม่น้ำยาร์ร่า (Yarra River) ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านภูมิศาสตร์ ส่งผลให้พื้นที่นี้เป็นถิ่นหลักสำหรับการตั้งรกรากของชาวยุโรปที่เดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงปี 1830 เป็นต้นมา ทั้งนี้ สถาปัตยกรรมยุควิกตอเรียอันวิจิตร และถนนใหญ่สายต่าง ๆ ที่ร่มรื่น แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ โดยต่อมาได้มีการก่อสร้างในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น อาทิ
จัตุรัสเฟเดอเรชั่นสแควร์ (Federation Square) – จุดนัดพบแห่งใหม่ของเมือง – และเขตด็อกแลนด์สริมน้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวใจกลางเมืองถูกล้อมรอบด้วยแม่น้ำยาร์ร่าทางตอนใต้ สวนสาธารณะฟิตซ์รอย (Fitzroy Gardens) ทางตะวันออก ถนนวิกตอเรีย (Victoria St.) ทางตอนเหนือ และถนนสเปนเซอร์ (Spencer St.) ทางตะวันตก
(ด็อกแลนด์สก็ได้ขยายอาณาเขตมายังทางตะวันตกด้วย) ถนนสายหลักที่วิ่งจากตะวันออก-ตะวันตก ในเครือข่ายเส้นทางของเมืองเป็นแนวบล็อก ได้แก่ ถนนคอลลินส์ (Collins St) และถนนบูร์ค (Bourke St) ซึ่งถูกตัดด้วยถนนสวอนส์ตัน (Swanston St) และถนนเอลิซาเบธ (Elizabeth St) โดยหัวใจสำคัญของเมือง ได้แก่แหล่งช้อปปิ้ง บูร์ก สตรีท มอล (Bourke St Mall) และไชน่าทาวน์ บนนถนนลิตเติลบูร์ก (Little Bourke St) ย่านชุมชนซึ่งเต็มไปด้วยสีสัน อาทิ ฟิตซ์รอย (Fitzroy) เซนต์กิลดา (St Kilda) และคาร์ลตั้น (Carlton) เปล่งเสียงอันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา โดยเมืองนี้เป็นที่สร้างสรรค์ศิลปะ ดนตรี อาหาร แฟชั่น การแสดง การออกแบบ และไอเดียบางอย่างที่แปลกใหม่ที่สุดของประเทศ ทั้งนี้ ชาวเมลเบิร์นรักการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และเข้าร่วมเทศกาลของเมืองที่จัดขึ้นหลายรายการ พวกเขายังชื่นชอบกีฬา โดยจะตื่นตัวเป็นพิเศษในช่วงรอบตัดสินของการแข่งขันออสเตรเลียน ฟุตบอล ลีก (Australian Football League : AFL) ในเดือนกันยายน และเทศกาลแข่งม้าสปริง เรซซิ่ง คาร์นิวัล (Spring Racing Carnival) ในเดือนพฤศจิกายน ที่ทั่วทั้งประเทศพร้อมใจกันหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อดูการแข่งม้ารายการเมลเบิร์น คัพ (Melbourne Cup)
สภาพภูมิอากาศของเมลเบิร์น
สภาพภูมิอากาศของเมลเบิร์นมีภาพจน์ที่ไม่สู้ดีนัก โดยมีฝนตก ลมแรง ความไม่แน่นอน และค่อนข้างจะออกไปทางสุดขั้ว– ร้อนมาก หรือหนาวมาก และบ่อยครั้งที่เกิดขึ้นทั้งสองอย่างในวันเดียวกัน! ในด้านบวก สวนสาธารณะจำนวนมากของเมลเบิร์นทำให้เมืองนี้เป็นสถานที่อันสวยงามในการรับ ชมการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล นอกจากนี้ น้อยครั้งที่จะมีอากาศหนาวจัดจนทนไม่ได้ โดยในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 6?C และ 13?C และการที่อุณหภูมิจะ สูงกว่า 35?C ก็เกิดขึ้นน้อยครั้งในปีหนึ่งเช่นกัน แม้ว่าจะมีภาพพจน์ในเรื่องของฝนตกบ่อย แต่ปริมาณฝนตกของเมลเบิร์นคิดเป็นเพียงครึ่งเดียวของปริมาณฝนตกเฉลี่ยในซิดนีย์ หรือบริสเบนเท่านั้น
ภาพรวมวัฒนธรรม
ลักษณะเด่นที่สุดของเมลเบิร์น คือ ความหลากหลายของวัฒนธรรม โดยมีราว 40% ของประชากรเกิดที่นอกประเทศออสเตรเลีย ซึ่งสถานที่เกิดของชาวเมลเบิร์นกระจัดกระจายอยู่ในกว่า 130 ประเทศ ความหลากหลายด้านเชื้อชาติมีอิทธิพลอย่างมากในการดำเนินชีวิตและความบันเทิง ของของคนที่นี่ ทั้งนี้ เมลเบิร์นมีการแสดง การเฉลิมฉลอง และกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับทุกรสนิยมและความชอบ โดยในคืนหนึ่งที่นี่ คุณสามารถชมการแสดงบูโตะ (ศิลปะการแสดงสมัยใหม่ของญี่ปุ่น) และเรียนการเต้นซัลซ่า ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังคลับแจ๊ซในช่วงดึก เมืองนี้ยังมีหอศิลป์ชั้นเยี่ยมจำนวนมาก และการแสดงละครที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในประเทศ ด้วยสถานที่จัดแสดงที่ได้รับการบูรณะใหม่ อาทิ โรงละครพริสเซส (Princess Theatre) และโรงละครรีเจ้นท์ (Regent Theatre) เนื่องจากว่าเมลเบิร์นภูมิใจในการเป็นเมืองที่ มีรสนิยมสูงที่สุดของออสเตรเลีย ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าที่นี่มีรูปแบบศิลปการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ดั้งเดิมมากกว่าที่อื่น โดยผู้คลั่งไคล้ดนตรีคลาสสิคจะต้องชอบคณะเมลเบิร์น คอแรล (Melbourne Chorale)และ เมลเบิร์น ซิมโฟนี ออเคสตร้าMelbourne Symphony Orchestra)อีกทั้งเมลเบิร์นยังเป็นบ้านเกิดของคณะดิ ออสเตรเลียน บัลเลต์ (The Australian Ballet) ด้วย นอกจากนี้ เมลเบิร์นยังเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางเพลงร็อก และมีการแสดงเพลงร็อกในผับอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของวงร็อก อาทิ AC/DC, Nick Cave & the Bad Seeds และ Jet และแน่นอนว่า ต้องห้ามลืมวัฒนธรรมในการดื่มกาแฟของเมืองนี้ หากกาแฟดี ๆ และร้านกาแฟชั้นเลิศ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณ ที่นี่มีทุกอย่างเพียบพร้อม









